รักไร้กาลเวลา

คุณมินตรา  วัชโรบล(อีฟ)  และ คุณนิติพัฒน์  ทีคำเกตุ(ตู้)

18 กรกฏาคม 2558

ห้องสราญรมย์บอลรูม โรงแรมโพธาลัย เลเซอร์ ปาร์ค

 


รักไร้กาลเวลา
หากความรักคือการก่อสร้างความสัมพันธ์ของคนสองคนจนถึงวันที่จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ การจัดงานแต่งงานที่ประกอบขึ้นจากหลายขั้นตอนเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ก็คงไม่ต่างกัน เฉกเช่นคู่ของคุณอีฟ-มิตรา Assistant Manager บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) และคุณตู้-นิติพัฒน์  นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่เลือกจัดงานให้ดูคลาสสิก โดยได้เวดดิ้งแพลนเนอร์มาสานฝันในแบบที่ไม่ว่าทั้งสองจะกลับมามองภาพในวันวิวาห์กี่ครั้งก็ยังคงรู้สึกประทับใจไม่รู้ลืม


ก่อร่างสร้างงานวิวาห์
เพื่อให้งานแต่งงานที่ไม่ว่าบ่าว-สาวจะกลับมาดูภาพกี่ครั้งก็ยังคงคลาสสิกเสมอ รูปแบบงานจึงตั้งต้นคอนเซ็ปต์ด้วยความเป็นธรรมชาติ โดยนำโทนสีขาว เขียว และครีมมาใช้เป็นธีมสีหลักในการตกแต่ง ผสมผสานเข้ากับตัวตนและรสนิยมของคู่บ่าว-สาว ที่ต้องการให้งานออกมาดูหรูหรา และมีสีโปรดอย่างสีม่วงภายในงาน ทีมงานจึงนำความคอนทราสต์ของโทนสีทั้งสองกลุ่มมาสร้างความโดดเด่น โดยบริเวณทางเข้าตกแต่งด้วยโทนสีม่วงเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นซุ้มที่ประดับประดาไปด้วยดอกมาร์กาเรต ไล่มายังบริเวณแบ็กดร็อปที่พื้นหลังเป็นกระจกและสายคริสตัลร้อยเป็นแพเพื่อเชื่อมโทนสีม่วงหน้างานเข้ากับโทนสีธรรมชาติภายในห้องจัดเลี้ยง


จัดแสดงภาพพรีเวดดิ้งไม่ซ้ำใคร
บ่าว-สาวคู่นี้ไม่ได้จัดแสดงภาพพรีเวดดิ้งบริเวณทางเข้างานเพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้เครื่องโปรเจ็กเตอร์ฉายสไลด์ภาพหวานๆ ขึ้นจอขนาดใหญ่โดยมีลานน้ำพุเต้นระบำประกอบที่ด้านหน้า


กว่าจะถึงวันนี้

คุณอาจไม่รู้ว่ากว่าจะมาเป็นงานแต่งงานที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงนั้นต้องมีการเตรียมการนานนับเดือน อย่างงานนี้ที่ Chic Planner เล่าให้เราฟังว่าใช้เวลาเตรียมงานถึง 4-5 เดือนก่อนจะสรุปแบบ โดยคีย์หลักที่นำมาใช้ออกแบบงาน ได้แก่ความชอบและความต้องการของคู่บ่าว-สาว เพื่อเวดดิ้งแพลนเนอร์จะได้นำมาผสมผสานเข้ากับผลงานสร้างสรรค์ของตนเองและงบประมาณเพื่อนำไปกำหนดรายละเอียดในส่วนต่างๆ และลำดับขั้นตอนการทำงานที่ต้องละเอียดและถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหางบประมาณบานปลายหรืองานออกมาไม่สวยเท่าที่ควร


ลำดับขั้นตอนในวันงาน
เวดดิ้งแพลนเนอร์ใช้เวลาในการทำโครงสร้างและตกแต่งทั้งหมด 2 วัน โดยเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาห้องที่ไม่กว้างนักให้ดูมีพื้นที่มากขึ้นด้วยการใช้ผ้าโทนสีงาช้างติดผนังทั้งหมด จากนั้นตามด้วยงานทั่วไปเช่น งานโครงสร้างบริเวณเวทีและโต๊ะจัดเลี้ยง โดยทำงานดอกไม้ควบคู่กันไปด้วย ในส่วนของงานดอกไม้นั้นใช้วิธีทยอยลงโดยลำดับความสำคัญจากความคงทนของดอกไม้เป็นหลัก คือ ให้เลือกลงดอกไม้ที่มีความคงทนต่อสภาพอากาศสูงอย่างดอกกุหลาบ โดยเลือกที่ยังตูมแล้วเลี้ยงน้ำไว้ก่อนวันงานหนึ่งวัน เมื่อถึงวันงานดอกไม้จะได้บานสวยพอดี สำหรับดอกไม้เมืองหนาวอย่างดอกยิปโซและดอกไฮเดรนเยียที่เหี่ยวเร็ว จะมีการรักษาอุณหภูมิห้องให้เย็นตลอดเวลาเพื่อชะลอการเหี่ยวของดอกไม้ เป็นต้น


ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง
เพื่อให้การทำงานของทุกฝ่ายสอดประสานกันไปด้วยดีและผลงานออกมามีคุณภาพ ทางเวดดิ้งแพลนเนอร์ใช้วิธีแบ่งทีมงานออกตามความเชี่ยวชาญและความรับผิดชอบ เช่น ทีมดอกไม้มีหน้าที่จัดดอกไม้ ทีมเซตติ้งและโครงสร้างทำหน้าที่ต้องลำดับงานแสงสีเสียงให้ตรงตามที่ออกแบบไว้จำนวนคนในแต่ละทีมยังได้รับการจัดสรรให้สอดคล้องกับเนื้องาน เช่น ในงานนี้ที่เน้นการตกแต่ง จำนวนช่างดอกไม้และช่างตกแต่งจะมีจำนวนมาก เป็นต้น เนื่องจากการจัดงานโดย Chic Planner เป็นระบบ In-House และ One Stop Service จึงทำให้การทำงานโดยรวมราบรื่นเมื่อเทียบกับการใช้วิธีจ้างทีมงานจากที่ต่างๆ แล้วนำมารวมกัน


งานสวยบนพื้นที่ที่ลงตัว
เพื่อรองรับแขกที่มาร่วมงานจำนวน 300 คน โดยมีคอนเซ็ปต์การจัดงานให้เหมือนครอบครัวนั่งรับประทานอาหารร่วมกันในสวน พื้นที่ภายในห้องจึงถูกแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ บริเวณเวทีที่ยกพื้นขึ้นมาเพียง 20 เซนติเมตร เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นกันเองระหว่างครอบครัวคู่บ่าว-สาวกับแขก และไม่ทำให้ครอบครัวของคู่บ่าว-สาวรู้สึกเคอะเขินขณะนั่งรับประทานอาหารบนเวที เพื่อให้ดูนุ่มนวลและมีชีวิตชีวา อีกทั้งยังตกแต่งด้วยเทียนบนชั่นวางเพื่อสร้างอารมณ์คลาสสิก ถัดมาคือบริเวณลองเทเบิลเรียงกัน 4 โต๊ะ เพื่อรองรับแขกวีไอพี สำหรับบริเวณนี้มีการออกแบบที่ดูสดชื่นและชวนฝันเบาๆด้วยการนำดอกยิปโซมาทำเป็นปุยเมฆลอยอยู่เหนือโต๊ะรับประมารอาหาร โครงสร้างและเสาตกแต่งด้วยเปลือกไม้และมอสส์เพื่อให้ดูราวกับต้นไม้รองรับก้อนเมฆ ทั้งยังประดับบอลกลาสวิบวับรับแสงเทียน บริเวณต่อมาคือเวทีเค้กและโต๊ะจัดเลี้ยง โดยเวทีเค้กนั้นได้จัดวางให้ค่อนมาทางด้านหลังเพื่อให้แขกรู้สึกมีส่วนร่วมในการตัดเค้กมงคล ส่วนบริเวณโต๊ะจัดเลี้ยงนอกจากจะจัดเป็นโต๊ะกลมและเลี้ยงอาหารที่ชอบจากด้านนอกมานั่งรับประทานแล้ว การตกแต่งบริเวณนี้ยังนับเป็นอีกหนึ่งอาหารตาสำหรับแขกที่มาร่วมงาน โดยบริเวณโต๊ะอาหารนั้นตกแต่งด้วย Flora Tree หรือดอกไม้ที่นำมาประกอบกันเป็นทรงต้นไม้ ซึ่งถอดแบบมาจากต้นสนและจัดวางในลักษณะสลับสูงต่ำ เพราะต้องการให้แขกรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในสวนธรรมชาติที่ดูโปร่งสบาย


เลือกสถานที่ที่ใช่ อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น
ใช่แค่สถานที่สวย ดูหรูหรา และมีอาหารอร่อย จะเพียงพอสำหรับการตัดสินใจเลือกสถานที่ คู่บ่าว-สาวควรจะเลือกสถานที่จัดงานโดยคำนึงถึงการรองรับแขกและความคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย สำหรับงานนี้สถานที่จัดงานแต่งงานเป็นกึ่งโรงแรม แม้ห้องจัดเลี้ยงจะไม่ได้หรูหราเหมือนห้องบอลรูมของโรงแรม 5 ดาว  แต่ก็สอดคล้องกับความต้องการของคู่บ่าว-สาว คืออยู่ใกล้บ้านแขกและญาติส่วนใหญ่อยู่ใกล้พื้นที่จัดงาน ทำให้คู่บ่าว-สาวและครอบครัวเตรียมงานได้ง่าย แถมค่าจัดเลี้ยงยังมีราคาไม่สูงมาก คู่บ่าว-สาวจึงสามารถนำส่วนต่างดังกล่าวมาใช้ในงานตกแต่งแทน แม้คู่บ่าว-สาวจะเลือกจัดงานในสถานที่กึ่งโรงแรมแต่ก็อย่าลืมคำนึงถึงความสำคัญของพื้นที่ในการรองรับแขกเช่น พื้นที่โดยรวมเหมาะกับจำนวนแขกที่เชิญหรือไม่ มีสุขาเพียงพอไหม แขกต้องเดินไกลหรือไม่ หากบริเวณโดยรอบมีสระน้ำและสวน เราจะจัดการปัญหาเรื่องยุงอย่างไร อุณหภูมิในห้องจัดเลี้ยงเย็นสบายหรือไม่เมื่อแขกมาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เป็นต้น

จากนิตยสาร WE

 

The Imperial Wedding

คุณปุริมา  บุญขำ (จ๊ะเอ๋)  และ คุณชยพล พรหมคุณ (พล)

The Okura Prestige Bangkok

 

คุณพลและคุณจ๊ะเอ๋เคยจัดงานแต่งงานกันไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2554 สำหรับความพิเศษของงานนี้คือเป็นการจัดงานฉลองครบรอบแต่งงาน 4 ปี (4th Anniversary) โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากฝ่ายชายที่มองว่า ตลอดระยะเวลาที่แต่งงานกันมาทั้งสองคนได้ผ่านเรื่องราวหลายอย่างที่เข้ามาในชีวิต ซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี บางเรื่องที่ผิดพลาดไปทำให้ได้กลับมาทบทวนและนึกถึงวันที่ทั้งคู่มีความสุขซึ่งก็คือวันแต่งงาน การจัดงานครบรอบครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นการกลับไปเริ่มต้นการใช้ชีวิตคู่และการดำเนินชีวิตอีกครั้ง

ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานหลายปี แต่ทั้งคู่ยังคงไม่เปลี่ยนใจ เลือกใช้ Chic Planner เวดดิ้งแพลนเนอร์ที่เคยจัดงานแต่งงานให้ในครั้งก่อน เพราะชอบความคิดสร้างสรรค์ที่ช่างครีเอทงานได้อย่างสวยงาม และประทับใจการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าอย่างดี งานครั้งนี้ทางบ่าว-สาวให้โจทย์กับทีมงานว่าจัดงานครั้งนี้ต้องอลังการกว่าครั้งที่แล้ว ซึ่งทาง Chic Planner ก็ไม่ทำให้ผิดหวังสามารถตอบโจทย์ได้ทุกเรื่องที่ต้องการ

ก่อนถึงวันงานทั้งคู่มีโอกาสเดินทางไปถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่ฮอกไกโด, ซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทางเวดดิ้งแพลนเนอร์ให้คำแนะนำว่าเป็นสถานที่ที่มีโลเคชั่นที่สวยมาก แต่ไม่ค่อยมีคู่บ่าว-สาวไปถ่ายภาพเพราะสภาพอากาศที่หนาวมากและใช้เวลาเดินทางนานแต่ทั้งคู่ตกลงใจเดินทางไปเนื่องจากความชอบทำอะไรที่แปลกท้าทายและไม่เหมือนใคร เมื่อถึงเวลาก็ต้องอดทนสู้กับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ แต่เมื่อเห็นภาพที่ออกมาสวยงามก็ประทับใจและรู้สึกคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง

สถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองในครั้งนี้คือ โรงแรม ดิโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโรงแรมใหม่และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างดี ห้องจัดเลี้ยงสวยงามเข้ากับคอนเซ็ปต์งานและเหมาะสมกับจำนวนแขกที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะงานนี้ที่บ่าว-สาวอยากได้งานที่หรูหรา อลังการ แต่ทว่าอบอุ่น เพราะเป็นงานที่แสดงออกถึงความรักของคนสองคน และเชิญเฉพาะคนสนิทที่อยากให้มาร่วมงานจริงๆ ซึ่งมีเพียง 120 คนเท่านั้น ไฮไลท์งานอยู่ที่ดอกกุหลาบสีแดงจำนวน 75,000 ดอก ที่ใช้ประดับและตกแต่งภายในงาน แขกที่มาร่วมงานทุกคนต่างพร้อมใจกันแต่งกายเป็นสีแดง ทำให้งานสวยหรูหรา คลาสสิค ส่วนเจ้าสาวคนสวยสวมชุดแต่งงานยาวถึง 3 เมตร และเวลที่ยาวถึง 10 เมตร  ส่วนความประทับใจที่เกิดขึ้นภายในงานคือคำมั่นสัญญาของคุณจ๊ะเอ๋กับคุณพลที่ได้กล่าวกันอีกครั้งต่อหน้าสักขีพยานที่มาร่วมงาน ว่าทั้งคู่จะรักกันดูแลกันไปตลอดชีวิตเหมือนในวันแรกที่ตัดสินใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน

งานเลี้ยงฉลองครบรอบแต่งงานในบรรยากาศที่แสนอบอุ่นเป็นกันเอง ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากความรักและความสุข กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ความรักที่มีให้แก่กันก็จะยังมั่นคงอยู่เสมอ

 


จากนิตยสาร Wedding Creation Magazine